ประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)”

วัตถุมงคลรุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” จัดสร้างขึ้นโดย กานต์ ทศน ด้วยความตั้งใจที่จะสืบสานพระพุทธศาสนา สนับสนุนการทำนุบำรุงวัด และร่วมสร้างประโยชน์แก่สังคมผ่านการจัดสร้างวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า

รายได้จากการร่วมบุญ หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ ดังนี้

  • สมทบทุนปรับปรุง วัดพระธาตุหมื่นหิน เป็นจำนวนเบื้องต้น ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท

  • สมทบทุนก่อสร้างโรงเรียนวัดโฆสิตาราม ผ่าน วัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย) เป็นจำนวนเบื้องต้น ๓๐๐,๐๐๐ บาท

  • สนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์อื่น ๆ เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและสังคม

การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้จึงมิได้เป็นเพียงการสร้างวัตถุมงคลเพื่อการสักการบูชาเท่านั้น หากยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการศึกษา และร่วมสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม อันเป็นกุศลเจตนาที่ผู้จัดสร้างตั้งมั่นไว้เป็นสำคัญ

มวลสารศักดิ์สิทธิ์ รุ่น “ขุนแผนมนต์พระกาฬ”

รวบรวมด้วยศรัทธา บรรจุด้วยเจตนา
เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่เคารพบูชา และเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา

การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น “ขุนแผนมนต์พระกาฬ” ได้รวบรวมมวลสารศักดิ์สิทธิ์จากหลากหลายสายวิชาและสถานที่อันเป็นที่เคารพศรัทธา โดยเฉพาะมวลสารที่เกี่ยวเนื่องกับ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร และ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตลอดจนมวลสารจากวัดโฆสิตาราม ซึ่งได้รับการรวบรวมและเก็บรักษาด้วยความเคารพต่อครูบาอาจารย์ และส่งต่อด้วยเจตนาอันเป็นกุศล

มวลสารสายหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร

มวลสารทันยุคหลวงพ่อกวย

๑. ผงเก่าหลวงพ่อกวย รับมอบจาก อาจารย์วิชัย
๒. แป้งผลัดหลวงพ่อกวย
๓. ทรายเสกหลวงพ่อกวย
๔. สีผึ้งเมตตาหลวงพ่อกวย
๕. สีผึ้งจินดามณีหลวงพ่อกวย
๖. จีวรหลวงพ่อกวย มีตราวัดปรากฏอยู่จาง ๆ
๗. ผ้าขอดจากจีวรหลวงพ่อกวย ปรากฏร่องรอยการจารยันต์จากหลายมือครู
๘. เกศาหลวงพ่อกวย

  • ส่วนหนึ่งได้รับมอบจากผู้ที่ได้รับการมอบต่อผ่าน อาจารย์วิชัย

  • ส่วนหนึ่งได้รับจากผู้ที่เคยได้รับเมตตาจากหลวงพ่อกวย ในสายอาจารย์เฒ่า
    ๙. เศษแตกหักพระหลวงพ่อกวย
    ๑๐. ผงเดิมที่ใช้ในการจัดสร้างพระผงแหวกม่านหลวงพ่อกวย

มวลสารจากวัดโฆสิตาราม

ได้รับมอบจาก พระครูฯ เจ้าอาวาสวัดโฆสิตาราม ประกอบด้วย

๑. ดินเดิมศักดิ์สิทธิ์
๒. น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
๓. ผงธูปศักดิ์สิทธิ์

มวลสารเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่มีความผูกพันกับสถานที่อันเป็นรากฐานแห่งศรัทธาใน หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร และวัดโฆสิตาราม อันเป็นสถานที่สำคัญในสายศรัทธาของท่าน

มวลสารสายหลวงปู่ศิลา สิริจันโท

๑. เศษแตกหักพระยุคต้น
๒. เกศาหลวงปู่ศิลา
๓. จีวรหลวงปู่ศิลา
๔. ผงยาจินดา ผ่านการเสก ๑๐๘ วาระ
๕. ดินเดิมศักดิ์สิทธิ์จากวัดหลวงปู่ศิลา
๖. น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากวัดหลวงปู่ศิลา
๗. ผงธูปศักดิ์สิทธิ์จากวัดหลวงปู่ศิลา

มวลสารสำคัญอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังได้รวบรวม เศษแตกหักพระเบญจภาคี ตลอดจนมวลสารศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งมิได้ระบุรายละเอียดไว้ทั้งหมด โดยมวลสารแต่ละรายการได้รับการรวบรวมและเก็บรักษาด้วยความเคารพในคุณครูบาอาจารย์และความศรัทธาของผู้มอบ

มวลสารทั้งหมดจึงมิได้เป็นเพียงองค์ประกอบในการจัดสร้างวัตถุมงคล หากแต่เป็น ร่องรอยแห่งศรัทธาและความผูกพัน ที่ได้รับการส่งต่อจากครูบาอาจารย์ สถานที่สำคัญ และผู้ศรัทธา เพื่อรวบรวมเป็นมวลสารในการจัดสร้าง “ขุนแผนมนต์พระกาฬ” ด้วยเจตนาอันเป็นกุศล และเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระคุณแห่งครูบาอาจารย์

“ขุนแผนมนต์พระกาฬ”
ศรัทธาเป็นที่ตั้ง มวลสารเป็นตำนาน บารมีครูเป็นที่ระลึก

ขุนแผนมนพระกาฬ
ขุนแผนมนพระกาฬ
ขุนแผนมนพระกาฬ
ขุนแผนมนพระกาฬ
ขุนแผนมนพระกาฬ
ขุนแผนมนพระกาฬ

กำหนดการพิธีพุทธาภิเษก “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” หลวงปู่ศิลา สิริจันโท

กำหนดการพิธีพุทธาภิเษก “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” หลวงปู่ศิลา สิริจันโท

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง รายละเอียด ตามวาระ ด้านล่าง

วาระที่ ๑

วันที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดสวนธรรมปีติ ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ด้วยความเป็นสิริมงคลและความศรัทธาอันเปี่ยมล้นของพุทธศาสนิกชน

ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ได้รับเมตตาจาก พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีด้วยความสงบ สง่างาม และเปี่ยมด้วยพุทธานุภาพ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาและความเลื่อมใส

พิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญแห่งการสืบทอดคติธรรมและพุทธศิลป์อันทรงคุณค่า โดยมีเจตนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา ตลอดจนเป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ อันเป็นรัตนะอันประเสริฐสูงสุด

เสียงพระพุทธมนต์และบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์ดังก้องทั่วมณฑลพิธี ประกอบกับจิตอันตั้งมั่นในกุศลของผู้ร่วมพิธี ก่อเกิดเป็นบรรยากาศแห่งความสงบเย็นและความเป็นมงคล น้อมนำจิตใจของทุกผู้ทุกคนให้ตั้งอยู่ในความดี มีสติ มีศรัทธา และดำรงตนอยู่ในหนทางแห่งพระธรรม

นับเป็นภาพแห่งความศรัทธาที่งดงามและทรงคุณค่า เมื่อพุทธศิลป์อันวิจิตรได้ผ่านพิธีกรรมอันเป็นมงคล ภายใต้เมตตาบารมีของหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ณ วัดสวนธรรมปีติ ก่อเกิดเป็นความทรงจำอันเปี่ยมด้วยศรัทธา และความปลาบปลื้มใจแก่ผู้มีโอกาสได้ร่วมพิธีในครั้งนี้

“พระขุนแผน มนต์พระกาฬ” จึงมิได้เป็นเพียงวัตถุมงคล หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความตั้งมั่นในคุณความดี และความเป็นสิริมงคลที่ผู้ศรัทธาน้อมนำไว้เป็นเครื่องเตือนใจในการดำเนินชีวิตสืบไป

วาระที่ ๒ (เฉพาะรายการนำฤกษ์)

วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ท่ามกลางบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล ณ พุทธสถานสำคัญแห่งแผ่นดินอีสาน พระธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ได้จัด

พิธีพุทธาภิเษกจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา โดยประกอบพิธีกรรมตามแบบแผนพระพุทธศาสนาและโบราณาจารย์ อันเป็นการสืบสานคติความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อพระพุทธคุณและครูบาอาจารย์

นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของวัตถุมงคลรุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ซึ่งได้ประกอบพิธี ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุนาดูน เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่ระลึกแห่งศรัทธาแก่ผู้ที่เคารพนับถือสืบไป

วาระที่ ๓ (เฉพาะรายการนำฤกษ์)

วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)”วัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม

ในวาระสำคัญครั้งนี้ ได้รับเมตตาจาก พระครูวินัยวรญาณ (หลวงพ่อมนูญชัย มนุญฺญพโล) เจ้าอาวาสวัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธรรมยุต) ซึ่งเป็นพระเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์

ในโอกาสนี้ ได้นำวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” พร้อมด้วยวัตถุมงคลที่จัดสร้างโดย สามสิงห์อมูเลท เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นเครื่องระลึกแห่งศรัทธา โดยกำหนดเข้าร่วมพิธีในเวลา ๑๒.๓๐ น.

พิธีในวาระนี้นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการจัดสร้าง “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ด้วยความตั้งใจที่จะน้อมนำวัตถุมงคลเข้าสู่พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ณ สถานที่อันเป็นศูนย์รวมแห่งการปฏิบัติธรรมและศรัทธา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่เคารพบูชา

วัดป่าศรัทธาธรรมวิทยายังมีประวัติความเป็นมาผูกพันกับสายพระกรรมฐาน โดยข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคามระบุว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ พระราชนิโรธรังสี (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) พร้อมพระอาจารย์ภูมี ฐิตธัมโม และคณะ ได้ธุดงค์มาปักกลดบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ก่อนจะพัฒนาขึ้นเป็นสำนักสงฆ์และวัดในเวลาต่อมา

ด้วยเหตุนี้ วาระการพุทธาภิเษก ณ วัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา จึงนับเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งความเป็นสิริมงคลของ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการรวบรวมสถานที่อันเป็นที่เคารพศรัทธา ครูบาอาจารย์ และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน เพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่ระลึกแห่งศรัทธาสืบไป

“ศรัทธาเป็นที่ตั้ง พิธีกรรมเป็นเครื่องสืบสาน บารมีครูบาอาจารย์เป็นเครื่องระลึก”

วาระที่ ๔

วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ได้มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)”วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญแห่งการประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ สถานที่ซึ่งมีความผูกพันกับตำนานและศรัทธาใน หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง
ดินแดนแห่งตำนานหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร และ “มนต์พระกาฬ”

วัดโฆสิตาราม หรือที่รู้จักกันในนาม วัดบ้านแค เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาของหลวงพ่อกวย เดิมเป็นวัดบ้านแค และหลวงพ่อกวยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ ๖ ก่อนที่วัดจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโฆสิตารามในสมัยของท่าน ด้วยเหตุนี้ วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งความทรงจำและศรัทธาที่มีต่อพระเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน

ในบรรดาตำนานและเรื่องราวเกี่ยวกับวิชาอาคมของหลวงพ่อกวย “มนต์พระกาฬ” นับเป็นหนึ่งในวิชาที่ได้รับการกล่าวขานและถ่ายทอดกันอย่างกว้างขวาง โดยในสายศิษย์มีการกล่าวถึงในนาม “มนต์เจ้าพ่อพระกาฬ” ซึ่งตามคติความเชื่อโบราณ มีความเกี่ยวข้องกับการป้องกันคุ้มครองและการสะท้อนภัยแก่ผู้คิดร้าย ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดในสายครูบาอาจารย์และหมู่ศิษยานุศิษย์ จึงควรถือเป็น ตำนานและความเชื่อ ที่สืบต่อกันมา

ความน่าเกรงขามของ “มนต์พระกาฬ” มิได้อยู่ที่การนำไปใช้เพื่อประทุษร้ายผู้ใด หากแต่สะท้อนแนวคิดเรื่อง กรรมและผลแห่งการกระทำ อันสอดคล้องกับคติความเชื่อที่ว่า ผู้ใดกระทำสิ่งใดย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น จึงเกิดเป็นภาพจำของ “มนต์พระกาฬ” ในฐานะวิชาแห่งการปกป้องคุ้มครองและการสะท้อนภัยตามความเชื่อของผู้ศรัทธา

อีกทั้ง ในสายวิชายังให้ความสำคัญกับ “ครู” และความเคารพต่อวิชาอาคม โดยมีคติเตือนใจมิให้นำวัตถุมงคลหรือวิชาไปทดลองหรือนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เพราะถือเป็นการลบหลู่ครูบาอาจารย์และผิดจากเจตนารมณ์แห่งการสืบทอดวิชา แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำรวม ความกตัญญู และความเคารพต่อครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมแห่งสายวิชาโบราณ

ดังนั้น การประกอบพิธีพุทธาภิเษก “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ณ วัดโฆสิตารามในวาระนี้ จึงมีความหมายทั้งในด้านพิธีกรรมและในเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นการนำวัตถุมงคลมาประกอบพิธี ณ ผืนแผ่นดินซึ่งผูกพันกับนามของ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร และตำนาน “มนต์พระกาฬ” อันเป็นเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขานและสืบทอดในหมู่ผู้ศรัทธามาอย่างยาวนาน

พิธีดังกล่าวจึงนับเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งความเป็นสิริมงคล โดยน้อมถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา พร้อมสืบสานขนบธรรมเนียมแห่งการประกอบพิธีพุทธาภิเษก และเป็นเครื่องระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ตลอดจนคุณแห่งครูบาอาจารย์ผู้เป็นรากฐานแห่งศรัทธา

จากผืนแผ่นดินแห่งหลวงพ่อกวย สู่ตำนาน “มนต์พระกาฬ” และจากศรัทธาแห่งครูบาอาจารย์ สู่ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” — อีกหนึ่งวาระสำคัญที่หลอมรวมพุทธานุสรณ์ ตำนานแห่งวิชา และศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไว้ด้วยกันอย่างงดงาม

วาระที่ ๕

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ณ วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูไพศาลธรรมวงศ์ (สมศักดิ์ กตวฑฺฒโน) เมตตานั่งอธิษฐานจิตปลุกเสก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครองวัตถุมงคล

วาระที่ ๖

วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ จัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” ณ วัดละหารไร่ (หลวงปู่ทิม) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยได้รับความเมตตาจาก พระมหาสุรเดช สุรเตโช (น.ธ.เอก, ป.ธ.๗, พธ.บ.) เจ้าคณะตำบลหนองละลอก และเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา

วัตถุมงคลรุ่น “พระขุนแผน มนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)” จัดสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา โดยน้อมนำคติแห่งพระขุนแผน ซึ่งเป็นพระเครื่องที่ได้รับการกล่าวขานและสืบทอดในวงการพระเครื่องไทยมาอย่างยาวนานว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ความเจริญรุ่งเรือง และความกล้าหาญ อันเป็นคติความเชื่อที่สืบทอดจากครูบาอาจารย์ในสายวิทยาคมโบราณ

การประกอบพิธี ณ วัดละหารไร่ นับเป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์พระเครื่องไทย เนื่องด้วยเป็นวัดที่พระครูภาวนาภิรัต หรือ “หลวงปู่ทิม อิสริโก” อดีตเจ้าอาวาส ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมแห่งภาคตะวันออก ได้เคยพัฒนาวัดและประกอบศาสนกิจเป็นเวลายาวนาน พระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิมได้รับการยกย่องจากนักสะสมและผู้ศรัทธาว่าเป็นหนึ่งในพระขุนแผนที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์การสร้างพระเครื่อง และเป็นต้นแบบสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในวงการพระเครื่องไทย

ด้วยเหตุนี้ การประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ณ วัดละหารไร่ จึงนับเป็นการน้อมรำลึกถึงคุณูปการของหลวงปู่ทิม อิสริโก และสืบสานมรดกแห่งศรัทธาและพุทธศิลป์ตามแนวทางของครูบาอาจารย์ โดยได้รับความเมตตาจากพระมหาสุรเดช สุรเตโช เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ เป็นประธานอธิษฐานจิตปลุกเสก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมพิธีและผู้บูชาวัตถุมงคล ทั้งนี้ ความเชื่อเกี่ยวกับอานุภาพของพระเครื่องเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งผู้ศรัทธาน้อมนำไปเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ควบคู่กับการประพฤติปฏิบัติในคุณธรรมและการดำรงตนตามหลักพระพุทธศาสนา

วาระที่ ๗

วันเสาร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ ” จัดสร้างโดย บริษัท สามสิงห์ อมูเลท ณ ศาลาเตชปญฺโญ ตำบลคลองจุกเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล โดยมีพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พิธีเริ่มขึ้นในเวลา ๑๒.๑๙ น. ด้วยการประกอบ พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพยดา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การจัดสร้างวัตถุมงคล ก่อนเข้าสู่ พิธีมหาพุทธาภิเษก ในเวลา ๑๓.๐๙ น. ซึ่งดำเนินไปด้วยความสงบและเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเสร็จสิ้นพิธีเมื่อเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.

ใน วาระที่ ๙ อันเป็นวาระสำคัญของการอธิษฐานจิต ได้รับความเมตตาอย่างสูงจาก พระครูปลัดสุวัฒนอนุตตรคุณ, ดร. (หลวงพ่อช้าง เตชปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดจุกเฌอ และรองเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เมตตา นั่งคลุมปรกอธิษฐานจิตเจริญภาวนา อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๓ ชั่วโมง เพื่อประจุพุทธคุณและพลังแห่งพระคาถาลงสู่วัตถุมงคลทุกองค์ ให้เปี่ยมบริบูรณ์ด้วยความเข้มขลังและความเป็นสิริมงคลสูงสุด

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก คุณปิติ ภิรมย์ภักดี (คุณต๊อด) พร้อมด้วย บอสเอ้ และคณะผู้จัดสร้างจาก สามสิงห์ อมูเลทเฮียเซี๊ย วัดหนัง ตลอดจนศิลปิน นักแสดง และผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกอย่างพร้อมเพรียง ทำให้บรรยากาศเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธาและความเป็นมงคล

การจัดสร้างวัตถุมงคลในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักเฉพาะต้นทุนการจัดสร้าง (ยกเว้นทองคำ) สมทบเข้าสู่ มูลนิธิหลวงพ่อช้าง เพื่อสนับสนุนกิจการของ วัดจุกเฌอ และนำไปใช้ในงานสาธารณประโยชน์ อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

พิธีมหาพุทธาภิเษกในวาระที่ ๙ จึงนับเป็นวาระแห่งความสมบูรณ์แห่งการอธิษฐานจิต ที่เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีของหลวงพ่อช้าง เตชปญฺโญ และพลังแห่งศรัทธาจากผู้ร่วมพิธีทุกภาคส่วน ส่งผลให้ เหรียญหันข้าง รุ่น “มงคลมหาเศรษฐี” เปี่ยมด้วยพุทธคุณและคุณค่าแห่งการสักการบูชา สมดังเจตนารมณ์แห่งการจัดสร้างทุกประการ

วาระที่ ๘

วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. ได้ประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล รุ่น “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ (หลวงปู่ศิลา)”วัดท่าสมอ จังหวัดชัยนาท โดยได้รับเมตตาจาก พระครูวิสิฐชัยคุณ อาภากโร (หลวงพ่อเกาะ อาภากโร) ประกอบพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลในวาระสำคัญครั้งนี้

หลวงพ่อเกาะ อาภากโร เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน และเป็นที่กล่าวถึงในฐานะพระอาจารย์ผู้สืบทอดวิชาพุทธาคมในสาย หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร แห่งวัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท ตามคำบอกเล่าและความเชื่อในหมู่ศิษยานุศิษย์

การปลุกเสกในวาระนี้จึงมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ซึ่งมีชื่อและแนวคิดเชื่อมโยงกับตำนาน “มนต์พระกาฬ” ในสายหลวงพ่อกวย การได้ประกอบพิธีโดยพระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับการยกย่องว่าอยู่ในสายสืบทอดวิชาดังกล่าว จึงนับเป็นอีกหนึ่งวาระที่ผู้ศรัทธาให้ความสำคัญ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นด้วยเจตนาอันเป็นกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธา และเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมการอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลตามคติความเชื่อของพุทธศาสนิกชน

จากครูสู่ศิษย์ จากตำนานสู่ศรัทธา — “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” อีกหนึ่งวาระแห่งความตั้งใจและความเคารพในครูบาอาจารย์

วาระที่ ๙

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น.พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ณ วัดน้อย ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผู้ร่วมพิธีต่างพร้อมใจกันน้อมจิตด้วยความเคารพ สำรวมกาย วาจา และใจ ท่ามกลางบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูญาณรักษ์ธำรง (หลวงพ่อบัวลอย ญาณรกฺขิโต) วัดน้อย ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมตตานั่งอธิษฐานจิตเจริญภาวนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัตถุมงคล

ท่ามกลางความเงียบสงบ เสียงบทสวดและเสียงสวดมนต์ดังกังวานอย่างแผ่วเบา กลิ่นธูปหอมลอยอวลในอากาศ แสงเทียนส่องประกายเหนือเครื่องสักการะ สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้ที่มาร่วมพิธี นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลและความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน

วาระที่ ๑๐

วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” จัดขึ้น ณ วัดหนองโพ (วัดหลวงพ่อเดิม) อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สถานที่อันเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นวัดที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพระเถราจารย์ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ คือ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ หรือหลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร

หลวงพ่อเดิมเป็นพระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและคุณธรรม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทั้งในจังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่ใกล้เคียง ท่านได้รับการยกย่องในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมแห่งเมืองนครสวรรค์ มีวัตรปฏิบัติอันงดงาม สมถะ เรียบง่าย และดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตลอดชีวิตของท่านได้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะการทำนุบำรุงวัดวาอาราม ตลอดจนการสงเคราะห์ประชาชนโดยไม่เลือกชนชั้นหรือฐานะ

วัดหนองโพ จึงมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ หากยังเป็นดั่งร่องรอยแห่งคุณงามความดีและมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อเดิม ซึ่งสืบทอดความศรัทธามาจวบจนปัจจุบัน การประกอบพิธีอธิษฐานจิต ณ สถานที่แห่งนี้ จึงมีความหมายอันเป็นมงคล ทั้งในด้านการสืบสานพระพุทธศาสนาและการรำลึกถึงปฏิปทาอันงดงามของพระเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพยิ่ง

พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกวาระหนึ่งแห่งการประกอบพิธีกรรมอันเป็นสิริมงคล โดยน้อมนำพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ เป็นที่ตั้ง พร้อมรำลึกถึงบารมีแห่งครูบาอาจารย์และพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ศรัทธาและผู้ที่ได้บูชาวัตถุมงคลดังกล่าว

น้อมรำลึกในคุณูปการและปฏิปทาอันงดงามของ
หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร
พระเถราจารย์ผู้เป็นรัตนะสำคัญแห่งวัดหนองโพ
และเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนตราบกาลนาน

วาระที่ ๑๑

วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ได้มีพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ณ วัดช่องแค (หลวงพ่อพรหม) จังหวัดนครสวรรค์ โดยในพิธีอันเป็นสิริมงคลครั้งนี้ ได้รับเมตตาจาก พ่อลออ ฐานวโร เมตตานั่งปรกอธิษฐานจิต ณ ศาลาวัดช่องแค เพื่อความเป็นสิริมงคลและความศักดิ์สิทธิ์แก่วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้น

ทั้งนี้ พ่อลออ ฐานวโร หรือที่พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์จำนวนมากนิยมเรียกขานว่า “หลวงปู่ลออ” แท้จริงแล้ว ท่านจำพรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ ณ วัดหนองหลวง อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ มิได้จำพรรษาอยู่ ณ วัดช่องแคแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ด้วยท่านมีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับวัดช่องแค และเป็นศิษย์เอกในสายธรรมของ หลวงพ่อพรหม ถาวโร แห่งวัดช่องแค จึงนับได้ว่าการที่ท่านเมตตาเดินทางมานั่งปรกอธิษฐานจิต ณ สถานที่อันเป็นเสมือนรากฐานแห่งสายวิชาของท่านในครั้งนี้ มีความหมายอันเป็นมงคลอย่างยิ่ง

พิธีอธิษฐานจิตในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกวาระสำคัญที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ความเคารพ และความสืบเนื่องแห่งพระกรรมฐานและพุทธาคมสายวัดช่องแค อันเป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่สืบทอดจากครูบาอาจารย์สู่ศิษยานุศิษย์ด้วยความเลื่อมใสและกตัญญูกตเวที

นับเป็นมงคลวารแห่งการสืบสานพระพุทธศาสนาและสรรพวิชาตามแนวทางครูบาอาจารย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนเป็นเครื่องระลึกถึงคุณแห่งพระรัตนตรัยและบารมีของครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ดำรงสืบไป

วาระที่ ๑๒

วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับความเมตตาจาก พระครูศรีชโยดม เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการนั่งปรกอธิษฐานจิต วัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ด้วยความเมตตาและความตั้งใจอันเปี่ยมด้วยศรัทธา

พิธีดำเนินไปด้วยความสงบ สำรวม และเป็นสิริมงคล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาในพุทธสถานอันสำคัญ ซึ่งเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และเกียรติคุณแห่งหลวงปู่ศุข พระเถราจารย์ผู้เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน

การนั่งปรกอธิษฐานจิตในครั้งนี้ นับเป็นวาระอันเป็นมงคลยิ่ง โดยได้รับความเมตตาจากพระครูศรีชโยดม เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า ประกอบพิธีด้วยจิตอันตั้งมั่น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” และเป็นที่ระลึกแห่งศรัทธาแก่ผู้ที่ได้บูชา

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาอันทรงคุณค่า ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า สถานที่ซึ่งสืบทอดรากฐานแห่งพระพุทธศาสนาและคติธรรมอันงดงาม พร้อมน้อมรำลึกถึงคุณแห่งพระรัตนตรัยและพระเกียรติคุณของหลวงปู่ศุขด้วยความเคารพศรัทธา

วาระที่ ๑๓

วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ณ พระอุโบสถ วัดหัวเด่น ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
พระครูโกวิทชัยกิจ (หลวงพ่อวิชัย โกวิโท) วัดหัวเด่น

พระครูโกวิทชัยกิจ (หลวงพ่อวิชัย โกวิโท) เมตตาอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ด้วยจิตอันสงบแน่วแน่ เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีและธรรมานุภาพ อันเป็นสิริมงคลแก่ผู้มีจิตศรัทธาและพุทธศาสนิกชนผู้ร่วมพิธี

ตลอดพิธี บรรยากาศอบอวลด้วยความสงบ สง่างาม และเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจกันเดินทางมากราบนมัสการ รับเมตตา และขอพรจากหลวงพ่อวิชัย โกวิโท ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ก่อเกิดความปลาบปลื้ม ปีติ และความอิ่มเอมใจแก่ผู้มีโอกาสได้ร่วมพิธีโดยทั่วกัน

นับเป็นอีกหนึ่งวาระอันเป็นมหามงคลของ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ที่ได้รับความเมตตาจากพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณ อธิษฐานจิตด้วยเมตตาบารมีและธรรมานุภาพ อันยังความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น และความปลาบปลื้มปีติแก่ผู้มีจิตศรัทธา พร้อมน้อมนำความเป็นสิริมงคลจากวาระแห่งพิธีนี้ไว้เป็นที่ระลึกสืบไป

วาระที่ ๑๔

วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดท่าสะแบง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประกอบพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” โดยได้รับความเมตตาจาก พระเทพวัชรวิทยาคม หรือ พระอาจารย์ต้อม (อนุสรณ์ ปภสฺสโร) เมตตาอธิษฐานจิตให้แก่วัตถุมงคลด้วยความตั้งใจและความเมตตาอย่างยิ่ง

พิธีในวาระนี้นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาอันน่าจดจำ ด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสงบ สำรวม และความศรัทธา ผู้ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีต่างสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเข้มขลังและเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธา

ในระหว่างประกอบพิธี พระเทพวัชรวิทยาคมได้เมตตาจารอักขระและยันต์ลงบนภาพ พร้อมทั้งหยิบ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ขึ้นพิจารณา ก่อนกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลว่า

“ใครได้ครอบครอง จะมีแต่คนรัก คนเมตตา”

ถ้อยคำดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความประทับใจแก่ผู้ร่วมพิธี และเปรียบเสมือนถ้อยคำอันเป็นสิริมงคลที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของการจัดสร้าง “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ซึ่งมุ่งหมายให้เป็นวัตถุมงคลแห่งความเมตตามหานิยม ความรักใคร่ และความปรารถนาดี

 

พิธีอธิษฐานจิต ณ วัดท่าสะแบงในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ความประทับใจ และเรื่องราวอันน่าจดจำ ทั้งจากเมตตาจิตของพระอาจารย์ผู้ประกอบพิธี ถ้อยคำอันเป็นมงคล ตลอดจนภาพแห่งพระอาทิตย์ทรงกลดที่ปรากฏขึ้นในระหว่างพิธี ซึ่งล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวแห่งการจัดสร้างที่ผู้ศรัทธาจะกล่าวถึงสืบไป

วาระที่ ๑๕

วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ วัดป่าอุณาโลม จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประกอบพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

พิธีในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์โขง ปยธฺมโม และพระอาจารย์ต้น ชยาลงฺกาโร แห่งวัดป่าเหล่าหลวงอุดมธรรม ประกอบพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” โดยพิธีดำเนินไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และเปี่ยมด้วยความตั้งใจ อันสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมแห่งพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

ท่ามกลางความสงบแห่งพุทธสถาน เสียงพระพุทธมนต์ที่ดังก้องอย่างแผ่วเบา ประกอบกับบรรยากาศแห่งสมาธิและศรัทธา ได้หลอมรวมเป็นวาระแห่งความเป็นสิริมงคล อันสะท้อนถึงเจตนาอันดีในการจัดสร้าง ตลอดจนความเคารพศรัทธาต่อพระรัตนตรัย และการสืบสานคติความเชื่อและภูมิปัญญาในการจัดสร้างวัตถุมงคลที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของ “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ที่ได้ประกอบพิธีอธิษฐานจิต ณ วัดป่าอุณาโลม จังหวัดร้อยเอ็ด อันเป็นช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความสงบ และความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะได้รับการบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคลชุดนี้ ด้วยความเคารพและศรัทธาสืบไป

วาระที่ ๑๖

วันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) เมตตาอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” ณ วิหารไม้พระราชวัชรธรรมโสภณ วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยจิตอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและบารมีแห่งพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีอธิษฐานจิต หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ได้เมตตาโปรดญาติโยมและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมากราบนมัสการอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบพรอันเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมงานโดยทั่วกัน

บรรยากาศในวันดังกล่าวอบอวลไปด้วยความสงบงดงามและความศรัทธา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนผู้พร้อมใจกันมารับเมตตาบารมีและพรจากหลวงปู่ ต่างเปี่ยมล้นด้วยความปลาบปลื้ม ปีติ และความอิ่มเอมในหัวใจ นับเป็นอีกหนึ่งห้วงเวลาอันทรงคุณค่าแห่งความศรัทธา ซึ่งจะประทับอยู่ในความทรงจำของผู้มีโอกาสได้มากราบนมัสการสืบไป

นับเป็นมหามงคลแห่งศรัทธาและบารมี ที่หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ได้เมตตาอธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระขุนแผนมนต์พระกาฬ” และโปรดประสิทธิ์พรแก่เหล่าพุทธศาสนิกชนในครั้งนี้ อันยังความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น และความปลาบปลื้มปีติแก่ผู้มาร่วมพิธีโดยทั่วกัน