เหรียญเจริญพรล่าง รุ่นวางศิลาฤกษ์ ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน จังหวัดนครสวรรค์ หนึ่งในวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในวาระสำคัญแห่งการวางศิลาฤกษ์ ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน ตำบลธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ คือ เหรียญเจริญพร รุ่นวางศิลาฤกษ์ ศาลา ๑๐๐ ปี
เหรียญรุ่นนี้นับเป็นอีกหนึ่งงานที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของรูปแบบและความงดงามของพุทธศิลป์ โดยได้รับการแกะพิมพ์เหรียญโดย ช่างบิ๊ก บางใหญ่ ช่างฝีมือผู้มีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์แม่พิมพ์เหรียญ ทำให้ผลงานมีความโดดเด่น ทั้งในด้านความคมชัด สัดส่วน และรายละเอียดขององค์หลวงพ่อพัฒน์ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของงานแกะพิมพ์ในรุ่นนี้
สำหรับภาพต้นแบบที่นำมาใช้ในการแกะพิมพ์เหรียญนั้น ช่างบิ๊กเป็นผู้คัดเลือกด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสมกับการถ่ายทอดลงบนแม่พิมพ์ และสามารถสะท้อนบุคลิกและความสง่างามของหลวงพ่อพัฒน์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
ความหมายแห่ง “เจริญพร”
สิ่งที่ทำให้เหรียญรุ่นนี้มีความหมายมากไปกว่าความงดงามของรูปแบบ คือชื่อและแนวคิดของพิมพ์ “เจริญพร”
หลวงพ่อพัฒน์ได้กล่าวถึงความหมายของพิมพ์เหรียญว่า เปรียบเสมือน การมอบพรให้แก่ญาติโยมที่เดินทางมาร่วมทำบุญในวันงาน เมื่อทุกคนได้มาร่วมบุญ ร่วมกุศล และร่วมสร้างสาธารณประโยชน์ ก็เสมือนหนึ่งได้รับพรจากหลวงพ่อกลับไปเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ดังนั้น “เจริญพร” จึงมิได้เป็นเพียงชื่อของพิมพ์เหรียญ หากแต่มีความหมายเชื่อมโยงกับเจตนารมณ์แห่งการทำบุญและการมอบสิริมงคลแก่ผู้ที่มาร่วมงานในวาระสำคัญนี้
เหรียญเจริญพร รุ่นวางศิลาฤกษ์ ศาลา ๑๐๐ ปี จึงเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกซึ่งผูกพันอยู่กับเหตุการณ์สำคัญของวัดห้วยด้วน ทั้งยังสะท้อนความศรัทธาของศิษยานุศิษย์ที่มีต่อหลวงพ่อพัฒน์ และความตั้งใจในการร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ด้วยฝีมือการแกะพิมพ์อันประณีตของ ช่างบิ๊ก บางใหญ่ ประกอบกับรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหมายอันเป็นมงคลของคำว่า “เจริญพร” เหรียญรุ่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่ควรค่าแก่การจดจำในประวัติการสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน
น้อมรำลึกในเมตตาบารมี
หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน
เหรียญเจริญพร รุ่นวางศิลาฤกษ์ ศาลา ๑๐๐ ปี
เหรียญเจริญพรล่าง หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน ปี ๒๕๖๓
เหรียญเจริญพรล่าง หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน ปี ๒๕๖๓ เป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่ได้รับความสนใจจากศิษยานุศิษย์และผู้สะสมพระเครื่อง ด้วยรูปแบบเหรียญที่มีเอกลักษณ์ และมีการจัดสร้างแยกออกเป็น ๓ พิมพ์ หรือ ๓ บล็อก ซึ่งมีรายละเอียดบริเวณขอบเหรียญและรูปแบบองค์พระแตกต่างกันอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ศึกษารายละเอียดของเหรียญรุ่นนี้ จะพบว่ามี เหรียญตัวอย่าง ๑๐๐% ครบทั้ง ๓ บล็อก ประกอบด้วย
บล็อกแรก — ขอบปล้องไผ่ มีลักษณะขอบเหรียญเป็นปล้อง ๆ คล้ายข้อของลำไผ่ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “บล็อกขอบปล้องไผ่”
บล็อกสอง — ขอบธรรมดา เป็นพิมพ์ที่บริเวณขอบเหรียญมีลักษณะเรียบและเป็นขอบมาตรฐาน แตกต่างจากบล็อกขอบปล้องไผ่อย่างเห็นได้ชัด
บล็อกเต็มองค์ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของพิมพ์ที่มีรายละเอียดองค์หลวงพ่อพัฒน์เต็มองค์อย่างโดดเด่น ทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบล็อกนี้
การมีพิมพ์และบล็อกที่แตกต่างกันทั้ง ๓ รูปแบบ ทำให้ เหรียญเจริญพรล่าง หลวงพ่อพัฒน์ ปี ๒๕๖๓ มีรายละเอียดที่น่าศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจด้านพุทธศิลป์และการสะสมพระเครื่อง โดยเฉพาะการพิจารณาความแตกต่างของแม่พิมพ์ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาและการสะสมได้เป็นอย่างดี
๓ บล็อก ๓ เอกลักษณ์
ขอบปล้องไผ่ • ขอบธรรมดา • บล็อกเต็มองค์
เหรียญเจริญพรล่าง หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน ปี ๒๕๖๓ จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีรายละเอียดของแม่พิมพ์ให้ติดตามศึกษา และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บสะสมให้ครบทั้ง ๓ บล็อก อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเหรียญรุ่นนี้
ในวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๒.๑๙ น. ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนอนุบาล โรงเรียนวัดโคกเดื่อวิทยา อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ “อาคาร ๑๐๐ ปี บารมีหลวงปู่พัฒน์ วัดห้วยด้วน”
โดยมี พระครูนิวิฐปุญญากร (หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม) วัดห้วยด้วน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานอุปถัมภ์ในการก่อสร้างอาคารเรียนอนุบาล เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและประโยชน์แก่เยาวชนในชุมชน
ในการนี้ คุณอนุศักดิ์ นารถกุลพัฒน์ (อ้า สุพรรณ) คุณเสมอ งิ้วงาม (ป๋อง สุพรรณ) คุณบัณฑิตพงษ์ นาคสินธิ์ (นิว เมืองชล) และคุณอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) กรรมการผู้บริหารสถาบันรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลประเทศไทย ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธี
พร้อมกันนี้ ได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกเหรียญเจริญพรล่าง โดยมีพระเกจิอาจารย์ร่วมประกอบพิธี ได้แก่
๑. หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม วัดห้วยด้วน จังหวัดนครสวรรค์
๒. หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต วัดเขาตาเงาะอุดมพร จังหวัดชัยภูมิ
๓. หลวงพ่อสุนทร วัดบ้านมะเกลือ จังหวัดนครสวรรค์
๔. พระสมุทรวชิรโสภณ วัดเพชรสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม
๕. พระภาวนาวิสุทธิโสภณ (พระมหาสุรศักดิ์) วัดประดู่ จังหวัดสมุทรสงคราม
๖. พระนันทวิริยาภรณ์ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ จังหวัดนนทบุรี
๗. หลวงพ่อทอง สุทธสีโล วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา
นอกจากนี้ ยังมีพิธีปลุกเสกเหรียญเจริญพรล่างภายในพระอุโบสถ โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณเสมอ งิ้วงาม (ป๋อง สุพรรณ) และคุณศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ร่วมบันทึกเทปรายการ “ศักดิ์สิทธิ์คงกระพัน” ทางช่อง ๙ ณ วัดโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมงานบุญมหากุศลในครั้งนี้ เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสนับสนุนสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน
ร่วมบุญสร้างโรงเรียนและสาธารณประโยชน์ รวม ๑๔.๔ ล้านบาท การจัดสร้าง เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเจริญพรล่าง มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมบุญในกิจกรรมสาธารณกุศลหลายประการ โดยมียอดถวายและร่วมบุญรวมทั้งสิ้น ๑๔.๔ ล้านบาท ประกอบด้วย
ถวาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ร่วมสร้างศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่พัฒน์
ถวาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อร่วมสร้างโรงเรียน (ถวาย ณ วัดโคกเดื่อ)
ถวาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อร่วมสร้างมหาเจดีย์ วัดเขาตาเงาะอุดมพร จังหวัดชัยภูมิ
ถวาย ๒๐๐,๐๐๐ บาท มอบเป็นทุนอาหารกลางวันแก่โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดตากฟ้า พระอารามหลวง
ถวาย ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อร่วมบูรณะศาลาหลวงพ่อเดิมสร้าง (ถวาย ณ วัดโคกเดื่อ)
ถวาย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
ถวาย ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท จากการประมูลการกุศล เหรียญหลวงปู่ตอกโค้ด
ถวาย ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อร่วมบูรณะอุโบสถหลวงพ่อเดิม (ถวาย ณ วัดโคกเดื่อ)
สรุปวัตถุประสงค์การจัดสร้าง
เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเจริญพรล่าง จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมบุญ และนำรายได้ไปสนับสนุนกิจการสาธารณกุศล ทั้งด้านการศึกษา ศาสนสถาน การบูรณะโบราณสถานและศาสนสถาน ตลอดจนการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
ยอดรวมการถวายและร่วมบุญทั้งสิ้น ๑๔.๔ ล้านบาท
นับเป็นอีกหนึ่งวาระแห่งการร่วมแรงร่วมศรัทธา เพื่อสานต่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา การศึกษา และสังคม ผ่านงานบุญที่เกิดขึ้นจากการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเจริญพรล่าง
วันที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตรงกับวันศุกร์ ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญและเป็นวันมงคลแห่งการเริ่มต้นงานบุญเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยในวันดังกล่าว คณะศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธา นำโดย คุณป๋อง สุพรรณ พร้อมด้วยคณะศิษย์กรรมการวัดห้วยด้วน ได้แก่คุณสิทธิ์ คุณเจ๊าะ คุณเยา และคุณทอป ได้นำปัจจัยเพื่อสมทบทุนสำหรับการเริ่มต้นก่อสร้างโรงพยาบาลหนองบัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๐ ล้านบาท
ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย
๑. รุ่นพัฒน์นั่งยืน จำนวน ๑๐ ล้านบาท
๒. รุ่นไตรมาส ๖๓ จำนวน ๑๐ ล้านบาท
๓. รุ่นเจริญพรล่าง จำนวน ๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นกองบุญมหาชนวน
๔. รุ่นเลสของคุณบอย ศุภกิจ จำนวน ๒ ล้านบาท
๕. ปัจจัยสมทบจากหลวงปู่พัฒน์ จำนวน ๓ ล้านบาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๐ ล้านบาท โดยนำเข้าบัญชีธนาคารที่ทางโรงพยาบาลได้เปิดไว้เพื่อรองรับเงินบริจาค และดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของทางราชการ เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลหนองบัวตามเจตนารมณ์และดำริของ หลวงปู่พัฒน์ ที่มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และมุ่งหวังให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี
วันดังกล่าวจึงนับเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความปลาบปลื้มและความตั้งใจอันแน่วแน่ของหลวงปู่พัฒน์ ซึ่งเฝ้ารอให้โครงการสำคัญนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ด้วยเจตนารมณ์แห่งความเมตตาที่ท่านมีต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้เจ็บป่วยและผู้ที่ต้องการเข้าถึงการรักษาพยาบาล
การสร้างโรงพยาบาลมิใช่เพียงการก่อสร้างอาคาร หากแต่เป็นการสร้างสถานที่เพื่อช่วยเหลือชีวิต เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยและผู้ยากไร้ได้รับการรักษา และเป็นการสร้างประโยชน์แก่สังคมในระยะยาว จึงนับเป็นมหากุศลที่เกิดจากพลังแห่งศรัทธาและความร่วมมือของผู้มีจิตเป็นกุศลทุกฝ่าย
วันที่ ๙ เดือน ๙ จึงเปรียบเสมือน วันแห่งการเริ่มต้นด้วยเลข ๙ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จของงานบุญที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อให้เกิดขึ้นตามดำริของหลวงปู่พัฒน์
เมตตาบารมีเพื่อสาธารณประโยชน์
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อหน่วยงานต่าง ๆ เดินทางเข้ามาขอความอนุเคราะห์ หลวงปู่พัฒน์มักเมตตารับเป็นประธานในการช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์อยู่เสมอ โดยเฉพาะงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งเป็นงานที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างกว้างขวาง
หนึ่งในโครงการสำคัญ คือการก่อสร้างโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์แห่งใหม่ หรือ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีแผนรองรับผู้ป่วยจากพื้นที่ในภาคเหนือถึง ๕ จังหวัด
ในโครงการดังกล่าว ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ได้ประสานมายังหลวงปู่พัฒน์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการสนับสนุนการก่อสร้าง อาคารนิติเวช เนื่องจากส่วนดังกล่าวไม่มีงบประมาณจากภาครัฐรองรับอย่างเพียงพอ และในขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดประสงค์รับเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว โดยมีงบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๑๒ ล้านบาท
เมื่อคณะศิษย์ได้นำเรื่องกราบเรียนหลวงปู่พัฒน์ พร้อมขออนุญาตท่านในการรับเป็นเจ้าภาพก่อสร้างอาคารนิติเวช หลวงปู่พัฒน์ได้อ่านรายละเอียดในหนังสือราชการอย่างตั้งใจ ก่อนจะหันมามองและยิ้มด้วยความเมตตา
เมื่อได้รับการกราบเรียนว่า ทางโรงพยาบาลมีความประสงค์ขอความอนุเคราะห์จากหลวงปู่ และต้องการงบประมาณจำนวน ๑๒ ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ท่านได้แสดงความยินดีและกล่าวถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนว่า อาคารนิติเวชแห่งนี้จะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้เป็นจำนวนมาก และรองรับประชาชนจากพื้นที่ถึง ๕ จังหวัด
จากนั้นหลวงปู่พัฒน์ได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่จะสนับสนุนโครงการ พร้อมสอบถามด้วยความตั้งใจว่า จะต้องลงนามในส่วนใดหรือไม่ เมื่อได้รับคำชี้แจงว่าเป็นเพียงหนังสือราชการที่แจ้งมายังท่านเพื่อขอความเมตตาอนุเคราะห์ มิได้เป็นเอกสารสำหรับการจัดสร้างวัตถุมงคลหรือกิจการอื่นใด ท่านก็ยิ่งแสดงความตั้งใจที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
ด้วยความเมตตาและความห่วงใยต่อประโยชน์ของประชาชน หลวงปู่พัฒน์ได้กำชับให้ดำเนินการนำเงินเข้าบัญชีโดยเร็ว เพื่อให้ทางโรงพยาบาลสามารถนำไปดำเนินการก่อสร้างได้ทันที และให้อาคารแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยและประชาชนต่อไป
สองสถานพยาบาล สองมหากุศลแห่งเมตตาบารมี
จากเจตนารมณ์และความเมตตาที่หลวงปู่พัฒน์มีต่อประชาชน จึงเกิดเป็นโครงการสาธารณกุศลด้านการแพทย์ที่สำคัญถึง ๒ แห่ง ได้แก่
๑. อาคารสงฆ์อาพาธ พร้อมอาคารห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองบัว
เพื่อรองรับการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ ตลอดจนประชาชนผู้เจ็บป่วยในพื้นที่
๒. อาคารนิติเวช โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว)
เพื่อสนับสนุนระบบการแพทย์และนิติเวชของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งมีภารกิจรองรับประชาชนจากหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ
ทั้งสองโครงการล้วนมีจุดมุ่งหมายสำคัญเดียวกัน คือ การสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวมและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามเจ็บป่วยและประสบความทุกข์
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของหลวงปู่พัฒน์ที่มิได้จำกัดความเมตตาไว้เพียงการสงเคราะห์เฉพาะบุคคล หากแต่ยังมุ่งส่งต่อประโยชน์แก่สังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
การร่วมบุญในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการมอบปัจจัยเพื่อก่อสร้างอาคาร หากแต่เป็นการร่วมกันสร้าง “สถานที่แห่งการช่วยชีวิต” เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา และเป็นการสร้างสาธารณประโยชน์ที่จะคงอยู่เพื่อผู้คนอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต
น้อมสำนึกในเมตตาบารมี
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ขอกราบขอบพระคุณพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ และสมาชิกผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจและร่วมปัจจัยในงานบุญครั้งสำคัญนี้ จนสามารถนำไปสู่การเริ่มต้นโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลหนองบัวอย่างเป็นรูปธรรม
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากดำริแห่งความเมตตาของหลวงปู่พัฒน์ และจากพลังศรัทธาของศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตกุศลทั้งหลายที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน และขอให้มหากุศลที่ได้ร่วมกันสร้างในครั้งนี้ จงเป็นปัจจัยแห่งความสุข ความเจริญ ความร่มเย็น และความเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่านและครอบครัว ตลอดจนขอให้โครงการทั้งหลายสำเร็จลุล่วงตามเจตนารมณ์ เพื่อยังประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์ ผู้ป่วย และประชาชนโดยทั่วกัน
ด้วยเมตตาบารมีของหลวงปู่พัฒน์ และพลังแห่งศรัทธาของทุกดวงจิตที่ร่วมกันสร้างมหากุศลในครั้งนี้ ขอให้บุญกุศลจงสัมฤทธิ์ผล เจริญก้าวหน้า และแผ่ไพศาลสืบไป
ในวันศุกร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ขอเชิญศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานพิธีวางศิลาฤกษ์ ตึกสงฆ์อาพาธและอาคารฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป
เนื่องในวาระสำคัญดังกล่าว หลวงปู่พัฒน์ ได้มีเมตตาให้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมทั้งตั้งชื่อเหรียญรุ่นนี้ว่า “เหรียญสร้างโรงพยาบาล” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งมหากุศลในการร่วมกันสร้างสถานพยาบาล อันเป็นสาธารณประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์และประชาชนในพื้นที่
เจตนารมณ์สำคัญของหลวงปู่พัฒน์ในการจัดสร้างเหรียญรุ่นนี้ มิได้มุ่งหมายเพียงการสร้างวัตถุมงคลเพื่อให้ผู้คนได้เช่าบูชา หากแต่ท่านมีความประสงค์ที่จะ แจกเป็นทาน แก่ผู้มาร่วมงาน เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มีโอกาสร่วมทำบุญ ร่วมสร้างกุศล และร่วมสร้างบารมีในวันสำคัญแห่งการเริ่มต้นก่อสร้างโรงพยาบาล
หลวงปู่พัฒน์ได้ฝากเจตนารมณ์ถึงญาติโยมที่จะเดินทางมาร่วมงานไว้ว่า
“วันที่ ๑๖ ชาวบ้านเขามารอเหรียญแจก ให้เขาทำบุญเท่าไหร่ก็ได้ ๒๐, ๓๐, ๕๐ บาท แต่กูขอ ๑๐๐ นึง กูจะเอามาสร้างโรงพยาบาล”
ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของหลวงปู่พัฒน์อย่างชัดเจนว่า การแจกเหรียญในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในมหากุศล โดยไม่จำกัดว่าต้องทำบุญด้วยปัจจัยจำนวนมาก ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ตามกำลัง แต่หลวงปู่มีความตั้งใจที่จะนำปัจจัยทั้งหมดไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างโรงพยาบาล
เหรียญสร้างโรงพยาบาล เนื้อทองแดงผิวไฟ
สำหรับ เหรียญสร้างโรงพยาบาล เนื้อทองแดงผิวไฟ ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับแจกเป็นทานในวันงาน สร้างจำนวนทั้งสิ้น ๙,๙๙๙ เหรียญ โดยตอกโค้ดและรันหมายเลขกำกับทุกเหรียญ เพื่อเป็นเครื่องหมายประจำเหรียญที่จัดสร้างในวาระดังกล่าว
ค่าใช้จ่ายในการผลิตเหรียญแจกทานทั้งหมด คุณเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างถวายแด่หลวงปู่พัฒน์ โดยมิได้หักค่าใช้จ่ายจากเงินบริจาคของผู้ร่วมบุญ
ส่วนปัจจัยที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคในวันงานนั้น จะนำถวายหลวงปู่พัฒน์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้นำเข้าบัญชีของโรงพยาบาลหนองบัวโดยตรง โดยตั้งเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ทุกบาททุกสตางค์โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ปัจจัยจากแรงศรัทธาของสาธุชนได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการก่อสร้างโรงพยาบาล
แจกทานตามดำริของหลวงปู่พัฒน์
การแจกเหรียญสร้างโรงพยาบาลกำหนดให้แจกแก่ผู้ร่วมงาน ท่านละ ๑ เหรียญเท่านั้น และจะดำเนินการแจกหลังจากเสร็จสิ้นพิธีวางศิลาฤกษ์
ในส่วนของการรับบริจาคเงินทั้งหมด จะมีทีมพยาบาลของโรงพยาบาลเป็นผู้ดูแลและดำเนินการ เพื่อให้การรับบริจาคเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรงตามเจตนารมณ์ของหลวงปู่พัฒน์
การแจกเหรียญในครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการมอบวัตถุมงคลเป็นที่ระลึก เพราะทุกเหรียญเป็นเสมือน สัญลักษณ์แห่งการให้ทานและการร่วมสร้างสาธารณประโยชน์ เป็นเครื่องระลึกถึงวันที่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันสร้างบุญครั้งสำคัญ เพื่อให้เกิดสถานพยาบาลสำหรับรองรับผู้เจ็บป่วยและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงาน
สำหรับศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ได้ เหรียญสร้างโรงพยาบาลในเนื้ออื่น ๆ จะเปิดให้ร่วมทำบุญที่ วัดห้วยด้วน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป จนกว่าวัตถุมงคลจะหมด
โดยกำหนดให้เปิดให้บูชาในรูปแบบ จับบัตรคิว ในวันเดียวกันกับวันที่เปิดให้บูชามีดวัดห้วยด้วน
อนุสรณ์แห่งมหากุศล
“เหรียญสร้างโรงพยาบาล” จึงถือเป็นวัตถุมงคลที่มีเรื่องราวและเจตนารมณ์ผูกพันกับงานสาธารณกุศลอย่างชัดเจน นับตั้งแต่พิธีวางศิลาฤกษ์ ตึกสงฆ์อาพาธและอาคารฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองบัว ตลอดจนการร่วมแรงร่วมใจของศิษยานุศิษย์และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา
ทุกปัจจัยที่ร่วมบริจาคในวันนั้น ล้วนมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ขณะที่เหรียญซึ่งได้รับจากการแจกทานก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องระลึกถึงกุศลเจตนาในวันสำคัญดังกล่าว
นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่ง เมตตาบารมีและการให้ทานของหลวงปู่พัฒน์ วัดห้วยด้วน ที่มุ่งนำศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคม และเปลี่ยนพลังแห่งศรัทธาให้กลายเป็นสถานที่สำหรับช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยและประชาชนสืบไป