เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. (หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล) 

เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

ประวัติพระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. (หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล)

ชาติภูมิ
พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. หรือ หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ และเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธ)  มีนามเดิมว่า เยื้อน หฤทัยถาวร เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๕ ณ บ้านระไซร์ ตำบลนาดี อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ บิดาชื่อ นายมอญ หฤทัยถาวร มารดาชื่อ นางฮิต หฤทัยถาวร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งสิ้น ๙ คน โดยท่านเป็นบุตรคนแรกของครอบครัว


การอุปสมบทและการศึกษาปฏิบัติธรรม

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ ณ พัทธสีมาวัดบูรพาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี

  • เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระรัตนากรวิสุทธิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์

  • พระครูสถิตยสารคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

  • พระครูวิมลสีลคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า “ขนฺติพโล” แปลว่า “ผู้มีกำลังคือความอดทน”

ภายหลังอุปสมบท ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ซึ่งท่านได้อบรมสั่งสอนด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างใกล้ชิด และเห็นความเหมาะสมในการปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง ต่อมาได้ฝากให้ไปศึกษาข้อวัตรปฏิบัติกับ ณ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ และจำพรรษาฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานจนถึงพุทธศักราช ๒๕๑๘


การศึกษา

สำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก

 


เกียรติคุณและรางวัล


พุทธศักราช ๒๕๓๖ ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมพื้นฐานอีสาน จากสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

พุทธศักราช ๒๕๓๘ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

พุทธศักราช ๒๕๔๕ ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะวัดที่มีผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้เขต ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๔ จากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พุทธศักราช ๒๕๔๗ ได้รับถวายปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้รับรางวัลผู้บำเพ็ญประโยชน์ในการพัฒนาจิต ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ จากสภาชาวพุทธและมูลนิธิโลกทิพย์

พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ในฐานะผู้อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พุทธศักราช ๒๕๕๔ ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา จากกรมการศาสนา

พุทธศักราช ๒๕๕๕ ได้รับถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค จากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์


ตำแหน่งหน้าที่

ฝ่ายปกครอง
พุทธศักราช ๒๕๓๐–๒๕๔๓ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าอตุโลบุญญลักษณ์

พุทธศักราช ๒๕๓๕–๒๕๔๕ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลสนม (ธรรมยุต)

พุทธศักราช ๒๕๓๙ ดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์

พุทธศักราช ๒๕๔๔ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร

พุทธศักราช ๒๕๔๕ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลระแงง (ธรรมยุต)

พุทธศักราช ๒๕๕๓–๒๕๕๕ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิ (ธรรมยุต)

พุทธศักราช ๒๕๕๕ ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุทธิธรรมาราม

พุทธศักราช ๒๕๕๕ ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต)

พุทธศักราช ๒๕๕๕ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต)

พุทธศักราช ๒๕๖๒ ดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ

ฝ่ายการศึกษา
พุทธศักราช ๒๕๕๔ ดำรงตำแหน่งกรรมการธรรมสนามหลวง


สมณศักดิ์


พุทธศักราช ๒๕๒๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูใบฎีกา ฐานานุกรมในพระราชวุฒาจารย์ (ดูลย์ อตุโล)

พุทธศักราช ๒๕๓๑ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระครูภาวนาวิทยาคม

พุทธศักราช ๒๕๓๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พุทธศักราช ๒๕๔๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระพิศาลศาสนกิจ

วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระราชวิสุทธิมุนี ศรีศาสนกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

วันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระเทพวชิรญาณโสภณ โกศลศาสนกิจบริหาร ภาวนาวิธานธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี


ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ชายแดน

ในช่วงพุทธศักราช ๒๕๑๘–๒๕๑๙ เกิดสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและการสู้รบของกองกำลังต่าง ๆ กองทัพภาคที่ ๒ ค่ายสุรนารี มีความประสงค์จะให้พระภิกษุไปปฏิบัติศาสนกิจเพื่อปลอบขวัญกำลังพลในพื้นที่ชายแดน ภายใต้โครงการ “พระสงฆ์นำการทหารเพื่อความมั่นคง”

ขณะนั้น (เจริญ สุวฑฺฒโน) มีพระบัญชาให้ประสานขอพระภิกษุจากหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ซึ่งพิจารณาเห็นว่าหลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล เป็นผู้เหมาะสม จึงให้เดินทางกลับจากวัดป่าบ้านตาดมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ พื้นที่เนิน ๔๒๔ จังหวัดสุรินทร์

ต่อมาเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ มีการโจมตีหน่วยชายแดนและวัดใกล้เคียง ทำให้ต้องอพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพาราม ๑ พรรษา ก่อนจะกลับมาดำเนินงานด้านพระพุทธศาสนาและการพัฒนาพื้นที่อีกครั้ง

ในช่วงพุทธศักราช ๒๕๖๘–๒๕๖๙ เกิดสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลวงพ่อเยื้อน ร่วมสนับสนุนภารกิจทหารแนวหน้าบริเวณภูมะเขือ

พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. (หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมสนับสนุนภารกิจของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณภูมะเขือ ด้วยการมอบปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างถนนและกำแพง จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นผู้รับมอบเงินสนับสนุนดังกล่าว  เพื่อสนับสนุนภารกิจการปกป้องอธิปไตยของกำลังพลตามแนวชายแดน

นอกจากการสนับสนุนด้านปัจจัยแล้ว พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. ยังได้ร่วมลงแรงกับกำลังพลและประชาชนในการเทคอนกรีตสร้างถนน ก่อสร้างกำแพง และจัดสร้างศาลาอเนกประสงค์ จำนวน ๑ หลัง ตลอดจนที่พักทหาร จำนวน ๑๐ หลัง บริเวณภูมะเขือ อันเป็นพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญของทหารแนวหน้า

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจระหว่างคณะสงฆ์และกองทัพ ในการสนับสนุนภารกิจเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของประเทศ

 


งานอนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาพื้นที่เขาศาลา

ท่านเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันการจัดตั้ง “พุทธอุทยานเขาศาลา” เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่กว่า ๑๐,๘๖๕ ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยประสานความร่วมมือกับกรมป่าไม้ กรมการศาสนา กองทัพภาคที่ ๒ และกองกำลังสุรนารี

ตลอดระยะเวลาการพัฒนา ท่านยึดหลักไม่ตัดไม้ทำลายป่าโดยไม่จำเป็น แม้ไม้ยืนต้นที่แห้งตายก็ไม่นำมาใช้เป็นฟืน สิ่งปลูกสร้างภายในวัดเน้นใช้วัสดุที่ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ด้านการอนุรักษ์อย่างแท้จริง


งานพัฒนาการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ท่านดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๓๕ เป็นต้นมา และส่งเสริมพระภิกษุสามเณรให้ศึกษาทั้งทางธรรมและทางโลก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมเกือบ ๕๐ รูป

ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

  • พุทธศักราช ๒๕๒๖ เผยแผ่พระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรม ณ กรุงบอน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

  • พุทธศักราช ๒๕๒๗ ธุดงค์เผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ประเทศเนปาล

 


พระเทพวชิรญาณโสภณ วิ. (หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล) นับเป็นพระเถระผู้ทรงบทบาทสำคัญทั้งด้านการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน การพัฒนาพื้นที่ชายแดน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมการศึกษาพระภิกษุสามเณร อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทยโดยส่วนรวม