๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต ๏
เนื่องในวันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นวันเจริญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ ๘๘ ปี แห่ง พระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต) แห่งวัดบึงพระลานชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธรรมยุต) ประธานกรรมการบริหารศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง)
พระพรหมวชิรโสภณ มีนามเดิมว่า ศรีจันทร์ ลาวะลี เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ ณ บ้านหนองหน่อง ตำบลอีง่อง อำเภอจตุรพักตร์พิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด บิดาชื่อ นายสุวรรณ ลาวะลี มารดาชื่อ นางไกร ลาวะลี ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยอ่อนโยน และมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยมักติดตามมารดาไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดอยู่เป็นนิตย์
ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ ณ วัดสว่างอารมณ์ อำเภอจตุรพักตร์พิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระครูจันทรังษีสุกิจ (เจ้าอธิการอำ) วัดสระทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐ ณ พัทธสีมาอุโบสถวัดบึงพระลานชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระครูคุณสารพินิจ (แก้ว อุปติสฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า “ปุญฺญรโต”
ด้านการศึกษา แผนกนักธรรม-บาลี ท่านสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก ในพุทธศักราช ๒๔๙๙ จากสำนักศาสนศึกษา สำนักเรียนคณะจังหวัดร้อยเอ็ด
แผนกสามัญศึกษา ได้สำเร็จวุฒิบัตรวาทศิลป์ เอกภาษาอังกฤษ ในพุทธศักราช ๒๕๐๐ จากโรงเรียนเมืองร้อยเอ็ด และสำเร็จวุฒิบัตรสารบรรณ ในพุทธศักราช ๒๕๐๑ จากโรงเรียนอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ต่อมาในพุทธศักราช ๒๕๐๕ สำเร็จวุฒิบัตรการสอน จากโรงเรียนพระสังฆาธิการ คณะธรรมยุต และในพุทธศักราช ๒๕๐๙ สำเร็จวุฒิบัตรครูพิเศษ จากสภาการศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
ด้านการปกครองคณะสงฆ์ ในพุทธศักราช ๒๕๑๓ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเหนือ ต่อมาในช่วงพุทธศักราช ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๖๑ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธรรมยุต) และภายหลังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธรรมยุต) พร้อมทั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง) และประธานกรรมการบริหารศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้านงานการศึกษา ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๓๗ เป็นต้นมา เป็นปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด และเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันดังกล่าว อีกทั้งในพุทธศักราช ๒๕๓๘ เป็นต้นมา ได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนเทพบัณฑิตวิทยาลัย (โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา) และตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ได้เป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้านงานสาธารณูปการ ในพุทธศักราช ๒๕๔๕ ได้จัดตั้งกองทุนนิธิธรรมฐิติญาณอนุสรณ์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาพระธรรมวินัยแก่คณะสงฆ์
ด้านเกียรติประวัติ ท่านได้รับรางวัลและเกียรติบัตรจำนวนมาก อาทิ ในพุทธศักราช ๒๕๑๐ ได้รับเกียรติบัตรด้านการเผยแผ่ธรรมดีเด่น จากนายกยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดร้อยเอ็ด ในพุทธศักราช ๒๕๒๗ ได้รับพัดพัฒนาวัดจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และในพุทธศักราช ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงรางวัลและเกียรติคุณด้านการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดในพุทธศักราช ๒๕๖๕ ได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาบำเพ็ญประโยชน์
ลำดับสมณศักดิ์
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ “พระครูสิริธรรมโสภิต”
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก ที่ “พระศีลวิสุทธาจารย์”
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชสารสุธี”
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระเทพบัณฑิต”
วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ “พระธรรมฐิติญาณ”
และเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้รับสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามว่า “พระพรหมวชิรโสภณ”
นับเป็นพระเถระผู้ทรงคุณูปการยิ่ง ทั้งด้านการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อันเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ๏

