พระครูสมบูรณ์จริยธรรม หรือ “หลวงพ่อแม้น อาจารสมปนโน” เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก ต.หน้าไม้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ยอดพระเกจิ “เทพเจ้าแห่งความเมตตา” ของเมืองกรุงเก่า ศิษย์เอกทายาทพุทธาคม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หนึ่งในยอดพระเกจิผู้โด่งดังสมัยสงครามอินโดจีน “จาด จง คง อี๋” ผู้สร้างวัตถุมงคลแจกเหล่าทหารกล้า จนได้รับสมญา ‘ทหารผีอินโดจีน’
ชาติภูมิ
หลวงพ่อแม้น อาจารสมฺปนฺโน นามเดิมว่า แม้น คานอ่อน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑ ณ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ในครอบครัวชาวนาและทำอิฐขาย ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน จึงได้ศึกษาเล่าเรียนจนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ แต่ถึงกระนั้น ท่านก็เป็นผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าตั้งแต่วัยเยาว์ ชอบทำบุญตักบาตรอยู่เป็นนิจ
ชีวิตในวัยหนุ่ม
ในช่วงวัยหนุ่ม หลวงพ่อแม้นมิได้ให้ความสนใจในเรื่องทางโลกหรือเพศตรงข้าม มุ่งมั่นอยู่กับการทำงานและการปฏิบัติธรรม เวลาว่างมักใช้ไปกับการศึกษาพระธรรม คาถาอาคม และเวทวิทยาคมต่าง ๆ โดยเริ่มศึกษาจากผู้เฒ่าผู้แก่ในละแวกบ้าน จากนั้นได้เสาะหาครูบาอาจารย์เพื่อเรียนรู้วิชาเพิ่มเติม
ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงปู่แดง วัดบางเตยนอก และ หลวงปู่ว่าน วัดบางเตยใน ต่อมาได้เดินทางเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาวิชากับ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก โดยพายเรือมาด้วยตนเอง เมื่อมาถึงวัดและได้พบหลวงพ่อจง ท่านรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง และได้กราบขอเป็นศิษย์เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิชา หลวงพ่อจงเมตตารับไว้และสอนธรรมะในแนวกัมมัฏฐานเป็นหลัก
หลวงพ่อแม้นได้ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อจงอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งหลวงพ่อจงมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ หลังจากนั้น ท่านยังคงศึกษาวิชาในสายหลวงพ่อจงจากพระเถระผู้เป็นศิษย์สืบสายต่อมา ได้แก่ หลวงพ่อไวทย์ วัดบรมวงศ์, หลวงพ่อหอม วัดบางเตยกลาง, หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา และ พระอาจารย์รวย วัดกลางคลองสาม
การอุปสมบทและการศึกษา
เมื่ออายุครบ ๒๗ ปี หลวงพ่อแม้นได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยอุปสมบท ณ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี พระครูภาวนารังสี เจ้าอาวาสในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “อาจารสมฺปนฺโน”
หลังอุปสมบท ท่านได้จำพรรษาที่ วัดกลางคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นเวลา ๑ พรรษา ก่อนจะย้ายกลับมาจำพรรษากับพระครูภาวนารังสี ที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและธรรมะอย่างจริงจัง ท่านเริ่มเรียนพระปริยัติธรรมและสามารถสอบได้นักธรรมตรีในปี พ.ศ. ๒๕๑๐
ในปีถัดมา พ.ศ. ๒๕๑๑ ท่านได้ศึกษาพระบาลีที่วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร แต่ต้องหยุดเรียนกลางคันเนื่องจากครูผู้สอนถึงแก่มรณกรรม ท่านจึงหันกลับมาเรียนต่อในสายธรรมศึกษา จนสามารถสอบได้นักธรรมโทและนักธรรมเอกในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ พร้อมทั้งได้เรียนและท่องพระปาติโมกข์จนจบสมบูรณ์
การดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ วัดหน้าต่างนอกซึ่งเป็นวัดที่หลวงพ่อจงเคยจำพรรษา ยังไม่มีเจ้าอาวาสรูปใหม่มาดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการวัดจึงมีมติอาราธนา หลวงพ่อแม้น อาจารสมฺปนฺโน จากวัดกลางคลองสาม มารับตำแหน่งเจ้าอาวาส
เมื่อก้าวแรกที่หลวงพ่อแม้นได้เหยียบพื้นวัดหน้าต่างนอก ท่านได้กราบนมัสการขออนุญาตบารมีธรรมของหลวงพ่อจงด้วยความเคารพและปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมารับใช้ใต้บารมีของพระอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ปฏิปทาและการสืบสานวิทยาคม
หลวงพ่อแม้นได้ศึกษาวิทยาคมและตำราที่หลวงพ่อจงทิ้งไว้ด้วยความตั้งใจ จนเชี่ยวชาญแตกฉาน เป็นพระเถระผู้ยึดมั่นในหลักธรรมและแนวทางปฏิบัติของหลวงพ่อจงอย่างมั่นคง ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ ด้วยความเรียบง่าย เมตตา และความมุ่งมั่นในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
เคร่งครัดในพระธรรมวินัย…
นอกจากนี้แล้วท่านยังเป็นพระเกจิที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เรียบง่าย ใจดี พูดจาไพเราะ ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส เปี่ยมไปด้วยเมตตา และมีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะสืบทอดพระบวรพุทธศาสนา ตลอดจนอบรมสั่งสอนให้พุทธศาสนิกชนมุ่งมั่นทำแต่ความดี จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนทั่วประเทศ ในฐานะพระเกจิอาจารย์ที่มีเมตตาและมีวิทยาอาคมแก่กล้า สังเกตได้จากพิธีพุทธาภิเษกทั้งเล็กใหญ่มักมีชื่อท่านร่วมอธิษฐานจิตแทบทุกงานเพราะเชื่อมั่นในบารมีของหลวงพ่อแม้น
น้อมกราบถวายความอาลัย
พระครูสมบูรณ์จริยธรรม (หลวงพ่อแม้น อาจารสมฺปนฺโน) เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันศุกร์ ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๒๐.๕๙ สิริอายุ ๘๗ ปี ๖๑ พรรษา


